สัมผัสรถยนต์มิตซูบิชิ

บริษัท มิตซูชัยภูมิ จำกัด ขอเชิญทุกท่านเลือกรถรุ่นที่ท่านสนใจเพื่อพบกับข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่น

บริการของเรา

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (มิตซูชัยภูมิ) มุ่งตอบแทนลูกค้าด้วยบริการหลัง การขายและการซ่อมบำรุงโดยทีมงานมืออาชีพ พร้อมสร้างความเชื่อ มั่นและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ด้วยศูนย์บริการลูกค้าที่พร้อม ทั้งด้านสถานที่ เครื่องมือ ทีมงาน และเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่จะตอบ สนองความพึงพอ ใจสูงสุดของลูกค้าในการเข้ามาใช้บริการ

อ่านเพิ่มเติม

ข่าวสารและกิจกรรม

กรุงเทพฯ – 25 พฤศจิกายน 2568: บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้ารุกตลาดส่งท้ายปี เปิดตัวรถยนต์ใหม่ 2 โมเดล นำโดยคู่หูขุมพลังฟูลไฮบริด รถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง อันดับ 1 ในเซกเมนต์ “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เ

กรุงเทพฯ – 25 พฤศจิกายน 2568: บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้ารุกตลาดส่งท้ายปี เปิดตัวรถยนต์ใหม่ 2 โมเดล นำโดยคู่หูขุมพลังฟูลไฮบริด รถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง อันดับ 1 ในเซกเมนต์ “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ รุ่นปี 2026” อัพลุคดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมใหม่ โดดเด่นกว่าเดิม มาพร้อมสโลแกน “พื้นที่ใหญ่ ใส่ให้เต็มที่” ปรับแต่งดีไซน์ภายนอกด้วยกระจังหน้า และไฟท้ายดีไซน์ใหม่ ทันสมัย ผสานความประณีตอย่างลงตัว ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในแบบ Mitsubishi e:MOTION ที่ผสาน 3 สุดยอดเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพิ่มเติมระบบความปลอดภัย Diamond Sense ตอบสนองไลฟ์สไตล์สุดแอ็กทีฟของครอบครัวยุคใหม่ ที่พร้อมออกไปสนุกกับการใช้ชีวิตและกิจกรรมร่วมกัน เสริมทัพด้วย “มิตซูบิชิ ไทรทัน สตรีท ใหม่” ภายใต้คอนเซปต์ “เท่บนถนน ทนทุกงาน” กระบะเมกะ แค็บ ตัวเตี้ยโฉมใหม่ เสริมลุคหล่อ ด้วยชุดตกแต่งกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ที่มีสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การใช้งานในทุกสภาพถนน พร้อมเสริมความมั่นใจกว่าด้วย ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็วและระบบตรวจจับคนเดินถนน (Forward Collision Mitigation System with Pedestrian Detection - FCM) ครบทั้งความเท่ และอัดแน่นด้วยสมรรถนะ ให้ความคุ้มค่าในหนึ่งเดียว มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “รถยนต์รุ่นใหม่ ทั้ง 2 โมเดลนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่ออนาคตของการขับขี่เราได้ปรับแต่ง มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่อย่างรอบด้าน พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน มิตซูบิชิ ไทรทัน สตรีท ใหม่ยังคงสะท้อนจิตวิญญาณแห่งความแข็งแกร่ง พร้อมลุยทุกความท้าทาย ด้วยสมรรถนะการขับขี่ ความปลอดภัย และความทนทานซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถกระบะมิตซูบิชิ พร้อมรองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการผจญภัยในทุกเส้นทาง อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย ทั้งหมดนี้คือการตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราที่จะพัฒนายนตรกรรมให้ตอบสนองการใช้ชีวิตของทุกคนได้อย่างครอบคลุมในทุกมิติ” “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวีปรับโฉมใหม่” ถ่ายทอดภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้นดีไซน์ภายนอกใหม่ ทันสมัย ผสานความประณีตอย่างลงตัวโดดเด่นเหนือชั้นด้วยกระจังหน้าและกันชนดีไซน์ใหม่ โฉบเฉี่ยวยิ่งกว่าเดิมด้วย Dynamic Shield สีดำ พร้อมกรอบตกแต่งไฟหน้ารมดำ เพิ่มลุคเท่ ไฟตัดหมอก LED และไฟท้าย LED สี Smoke และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ ให้อารมณ์ความสปอร์ต เพิ่มความพรีเมียมอีกขั้นด้วย การตกแต่งภายในโทนสีใหม่ สำหรับ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ตกแต่งโทนสีดำ ให้ความรู้สึกเรียบหรู ส่วนในรุ่น เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ ตกแต่งโทนสีน้ำตาล - ดำ เติมความหรูหราและให้ความรู้สึกอบอุ่น แบบรถระดับไฮเอนด์ ด้วยเบาะนั่งสีใหม่พร้อมคุณสมบัติสะท้อนความร้อน (Heat Guard) พื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ 7 ที่นั่ง กว้างขวางสะดวกสบาย ปรับพับได้หลายรูปแบบ มิตซูบิชิ มอเตอร์สOpen Menu Thai ข่าวสาร และกิจกรรม ข่าวสารล่าสุด มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เร่งเครื่องแรง ส่งท้ายปี! เปิด 2 โมเดล มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ปรับโฉมใหม่ รุ่นปี 2026 และ ไทรทัน สตรีท ใหม่ ก่อนอวดโฉมคันจริงที่งาน Motor Expo 2025 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เร่งเครื่องแรง ส่งท้ายปี! เปิด 2 โมเดล มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ปรับโฉมใหม่ รุ่นปี 2026 และ ไทรทัน สตรีท ใหม่ ก่อนอวดโฉมคันจริงที่งาน Motor Expo 2025 ALL-NEW MITSUBISHI XFORCE HEV Reinforces Its Success with the Thailand Car of the Year 2025 Award from the Thai Automotive Journalist Association (TAJA) กรุงเทพฯ – 25 พฤศจิกายน 2568: บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้ารุกตลาดส่งท้ายปี เปิดตัวรถยนต์ใหม่ 2 โมเดล นำโดยคู่หูขุมพลังฟูลไฮบริด รถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง อันดับ 1 ในเซกเมนต์ “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ รุ่นปี 2026” อัพลุคดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมใหม่ โดดเด่นกว่าเดิม มาพร้อมสโลแกน “พื้นที่ใหญ่ ใส่ให้เต็มที่” ปรับแต่งดีไซน์ภายนอกด้วยกระจังหน้า และไฟท้ายดีไซน์ใหม่ ทันสมัย ผสานความประณีตอย่างลงตัว ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในแบบ Mitsubishi e:MOTION ที่ผสาน 3 สุดยอดเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพิ่มเติมระบบความปลอดภัย Diamond Sense ตอบสนองไลฟ์สไตล์สุดแอ็กทีฟของครอบครัวยุคใหม่ ที่พร้อมออกไปสนุกกับการใช้ชีวิตและกิจกรรมร่วมกัน เสริมทัพด้วย “มิตซูบิชิ ไทรทัน สตรีท ใหม่” ภายใต้คอนเซปต์ “เท่บนถนน ทนทุกงาน” กระบะเมกะ แค็บ ตัวเตี้ยโฉมใหม่ เสริมลุคหล่อ ด้วยชุดตกแต่งกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ที่มีสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การใช้งานในทุกสภาพถนน พร้อมเสริมความมั่นใจกว่าด้วย ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็วและระบบตรวจจับคนเดินถนน (Forward Collision Mitigation System with Pedestrian Detection - FCM) ครบทั้งความเท่ และอัดแน่นด้วยสมรรถนะ ให้ความคุ้มค่าในหนึ่งเดียว มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “รถยนต์รุ่นใหม่ ทั้ง 2 โมเดลนี้ สะท้อนวิสัยทัศน์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่ออนาคตของการขับขี่เราได้ปรับแต่ง มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่อย่างรอบด้าน พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน มิตซูบิชิ ไทรทัน สตรีท ใหม่ยังคงสะท้อนจิตวิญญาณแห่งความแข็งแกร่ง พร้อมลุยทุกความท้าทาย ด้วยสมรรถนะการขับขี่ ความปลอดภัย และความทนทานซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถกระบะมิตซูบิชิ พร้อมรองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการผจญภัยในทุกเส้นทาง อีกทั้งยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย ทั้งหมดนี้คือการตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราที่จะพัฒนายนตรกรรมให้ตอบสนองการใช้ชีวิตของทุกคนได้อย่างครอบคลุมในทุกมิติ” มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ปรับโฉมใหม่ รุ่นปี 2026 “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวีปรับโฉมใหม่” ถ่ายทอดภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้นดีไซน์ภายนอกใหม่ ทันสมัย ผสานความประณีตอย่างลงตัวโดดเด่นเหนือชั้นด้วยกระจังหน้าและกันชนดีไซน์ใหม่ โฉบเฉี่ยวยิ่งกว่าเดิมด้วย Dynamic Shield สีดำ พร้อมกรอบตกแต่งไฟหน้ารมดำ เพิ่มลุคเท่ ไฟตัดหมอก LED และไฟท้าย LED สี Smoke และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ ให้อารมณ์ความสปอร์ต เพิ่มความพรีเมียมอีกขั้นด้วย การตกแต่งภายในโทนสีใหม่ สำหรับ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ตกแต่งโทนสีดำ ให้ความรู้สึกเรียบหรู ส่วนในรุ่น เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ ตกแต่งโทนสีน้ำตาล - ดำ เติมความหรูหราและให้ความรู้สึกอบอุ่น แบบรถระดับไฮเอนด์ ด้วยเบาะนั่งสีใหม่พร้อมคุณสมบัติสะท้อนความร้อน (Heat Guard) พื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ 7 ที่นั่ง กว้างขวางสะดวกสบาย ปรับพับได้หลายรูปแบบ พร้อมเพิ่มเติม ถุงลม 6 ตำแหน่งและเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา มาอย่างครบครัน อาทิ ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Blind Spot Warning with Lane Change Assist (BSW with LCA) และระบบเตือนการออกนอกเลน (Lane Departure Warning) โดย เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ ยังได้เพิ่มกล้องมองภาพรอบคัน​ (Multi Around Monitor) เพื่ออำนวยความสะดวกในการขับขี่มากยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากดีไซน์และระบบความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ลูกค้าทุกท่านยังเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสาร เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว พร้อมระบบ​Apple CarPlay & Android Auto แบบไร้สายให้การเชื่อมต่อง่ายดายมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหารถที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย และให้ความสำคัญทางด้านความปลอดภัย และไลฟ์ไตล์ครอบครัวยุคใหม่สุดแอคทีฟได้เป็นอย่างดี มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ใหม่ ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 939,000 บาท โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเงิน (Blade Silver) สีเทา (Graphite Grey) และสีขาวหลังคาดำ (White Diamond with Black Roof) (ราคาเพิ่ม 15,000 บาท) และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ มีราคาจำหน่าย 969,000 บาท โดยมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเทา (Graphite Grey) สีดำ (Jet Black Mica) สีขาวหลังคาดำ (White Diamond with Black Roof) และสีเขียวหลังคาดำ (Green Bronze with Black Roof) (โดยรุ่นหลังคาดำ ราคาเพิ่ม 15,000 บาท) มิตซูบิชิ ไทรทัน สตรีท ใหม่ (เมกะ แค็บ ตัวเตี้ย) สำหรับ มิตซูบิชิ ไทรทัน สตรีท ใหม่ (เมกะ แค็บ ตัวเตี้ย) เท่จัดไม่เหมือนใคร ในลุคสปอร์ตเข้มและโฉบเฉี่ยว สะท้อนความแข็งแกร่งในสมรรถนะการขับขี่ ความทนทานด้านการใช้งานและความคล่องตัวในทุกเส้นทาง โดดเด่นด้วยการปรับลุคภายนอกใหม่ให้มีสไตล์มากยิ่งขึ้นด้วย การตกแต่งกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ต และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมลุยทุกความท้าทายด้วยแชสซีส์ MEGA FRAME ขนาดใหญ่ แข็งแรง แต่น้ำหนักเบา ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลประหยัดน้ำมัน ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร ตอบสนองทันใจทั้งการขับขี่ในเมืองและทางไกล ภายในห้องโดยสารตกแต่งโทนดำเท่ มาพร้อมหน้าจออินโฟเทนเมนต์ ขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay & Android Auto และยกระดับความปลอดภัยเหนือชั้นด้วย ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว และระบบตรวจจับคนเดินถนน (Forward Collision Mitigation System with Pedestrian Detection — FCM) มอบความมั่นใจในทุกสภาพถนน และการใช้งานจริงทั้งวันทำงานและวันพักผ่อน นอกจากนี้ มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นปี 2026 ยังให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัย มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองการใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง โดยการเพิ่ม ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว และระบบตรวจจับคนเดินถนน (Forward Collision Mitigation with Pedestrian Detection — FCM) ในไลน์อัพของ มิตซูบิชิ ไทรทัน ทุกรุ่น อีกด้วย มิตซูบิชิ ไทรทัน สตรีท ใหม่ ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 649,000 บาท โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว (Solid White)สีเงิน (Blade Silver) และสีเทา (Graphite Grey) (สีเงิน และสีเทา ราคาเพิ่ม 7,000 บาท)

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว “มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที” รุ่นเริ่มต้น ชูคอนเซปต์ “ครบเกินคุ้ม ให้เกินคลาส” จัดเต็มฟังก์ชัน คุ้มค่าเกินคลาส ในราคา 1,139,000 บาท

กรุงเทพฯ – 14 พฤศจิกายน 2568: บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว “มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที” รถอเนกประสงค์รุ่นเริ่มต้น ในราคา 1,139,000 บาท พร้อมชูคอนเซปต์ “ครบเกินคุ้ม ให้เกินคลาส” มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพรถยนต์ที่มีฟังก์ชันการใช้งานครบครัน ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ตอกย้ำความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์เรือธงที่ครองความนิยมในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยยอดขายที่ผ่านมากว่า 200,000 คัน มอบความคุ้มให้เกินคลาส ด้วยฟังก์ชันครบครัน ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่แรงและประหยัด ระบบความปลอดภัยที่มั่นใจได้ และพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่คุ้มค่าเกินระดับอย่างแท้จริง มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที ถือเป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นสำคัญเชิงกลยุทธ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เรายังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับเสียงของลูกค้า ตั้งใจพัฒนาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งในด้าน “คุณค่า” และ “สไตล์” ในการเลือกสิ่งที่สะท้อนตัวตน ความคุ้มค่า ทั้งการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน และภาพลักษณ์ ด้วยฟังก์ชันที่ครบครัน สมรรถนะดีเยี่ยม และความสะดวกสบายสูงสุดในรถระดับเดียวกัน มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัย และดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มุ่งมั่นมอบความมั่นใจ และความสบายใจในทุกการเดินทาง นอกจากการพัฒนารถให้ตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยเพิ่มมากขึ้นในทุกมิติแล้ว เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างไร้ความกังวล บริการหลังการขายจากศูนย์บริการของผู้จำหน่ายที่มีศักยภาพพร้อมให้บริการหลังการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และครอบคลุมด้วยเครือข่ายผู้จำหน่ายเกือบ 200 แห่งทั่วประเทศ” มร.อินาบะ กล่าวเพิ่ม หัวใจสำคัญของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที คือสมรรถนะเหนือคลาสด้วย ขุมพลังเครื่องยนต์ไฮเปอร์ พาวเวอร์ (Hyper Power) ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และประหยัดน้ำมันถึง 15.2 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker) แรงเต็มทุกจังหวะการขับขี่ ให้ทุกเส้นทางของคุณเต็มไปด้วยความเร้าใจ ตอบสนองฉับไวทั้งช่วงออกตัวและเร่งแซง ขณะเดียวกันยังคงเอกลักษณ์ของช่วงล่างอันโดดเด่น เสถียรภาพการทรงตัวที่ดีเยี่ยม มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sport Mode สามารถลุยผ่านทุกอุปสรรคการขับขี่ได้อย่างง่ายดาย ดีไซน์ภายนอกถ่ายทอดบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์อันทรงพลังในทุกรายละเอียด โดดเด่นสะดุดตาด้วยกระจังหน้าดีไซน์แบบรังผึ้ง สอดรับกับแผงกันชนหน้าและหลัง ด้วยเส้นสายที่คมชัด ให้ความรู้สึกปราดเปรียวแต่มั่นคง เพิ่มมิติความสปอร์ต โดดเด่น ด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว (ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบรถยนต์ในระดับเดียวกัน) การตกแต่งภายในห้องโดยสารพิถีพิถัน ด้วยวัสดุสีดำตกแต่งสีเงิน และเปียโนแบล็ค อีกทั้งยังมอบความสบายระดับพรีเมียม ด้วยเบาะหนังพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ด้านคนขับ รองรับสรีระได้อย่างกระชับ และผ่อนคลายแม้เดินทางไกล ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง พื้นที่เก็บสัมภาระปรับแบนราบ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน หน้าจอระบบสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay & Android Auto พร้อมการจัดวางหน้าจออินโฟเทนเมนต์และพอร์ตเชื่อมต่อที่คำนึงถึงผู้โดยสารทุกคนให้ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน และโดดเด่นด้วย เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว หรือ FCM (Forward Collision Mitigation) และระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย (Cruise Control) พร้อมถุงลมคู่หน้า และระบบเบรกมือปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบหน่วงแรงแบรก (Brake Auto Hold) ด้วยระบบความปลอดภัยที่คิดมาเพื่อคุณ ไม่ว่าการเดินทางจะใกล้หรือไกล ก็ตอบโจทย์ทุกเส้นทางอย่างคุ้มค่า เป็นเจ้าของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที ตอกย้ำนิยามความเป็นรถอเนกประสงค์ “ครบเกินคุ้ม ให้เกินคลาส” ก่อนใคร ในราคา 1,139,000 บาท โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเทา Graphite Grey และสีขาว White Diamond (ราคาเพิ่ม 15,000 บาท) พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี* และรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 100,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) พร้อมฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี* ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมมิตซูบิชิทั่วประเทศ เกี่ยวกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นศูนย์การผลิตที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาศูนย์การผลิตของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ทั่วโลก และยังเป็นศูนย์กลางการส่งออกรถยนต์มิตซูบิชิ ไปยังกว่า 120 ประเทศ ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย คือหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของประเทศไทยที่มีความมุ่งมั่นในการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีคุณภาพสูง เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะ ความปลอดภัย ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีเพื่อความพึงพอใจของลูกค้า ในปี พ.ศ. 2561 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้เปิดทำการ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อย่างเป็นทางการที่ จ. ปทุมธานี และฉลองการผลิตรถยนต์ครบ 6 ล้านคัน เมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา และ โดยผลิตภัณฑ์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยประกอบด้วย มิตซูบิชิ ไทรทัน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มิตซูบิชิ แอททราจ มิตซูบิชิ มิราจ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส และมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพสูงสุด มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยใช้สนามทดสอบสมรรถนะในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีในการประเมินผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและการพัฒนารถต้นแบบไปจนถึงการทดลองผลิตและการผลิตเพื่อจัดจำหน่าย ซึ่งสร้างความมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุด

ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ทดสอบสมรรถนะรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ เตรียมความพร้อมสู้ศึกเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2025 พร้อมตั้งเป้าคว้าแชมป์การแข่งขันแบบโอเวอร์ออลในรอบสามปี!

กรุงเทพฯ – 7 สิงหาคม 2568: มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ประกาศความพร้อมของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ในการแข่งขันรายการเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2025 (AXCR 2025) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-16 สิงหาคมนี้ในประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคนิคจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศญี่ปุ่น)โดยทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต จะส่งรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ ลงสนามจำนวน 3 คัน พร้อมประกาศเป้าหมายสุดท้าทายในการคว้าแชมป์รายการแข่งขันแบบโอเวอร์ออล (Overall) อีกครั้งในรอบ 3 ปี เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ตได้จัดการทดสอบสมรรถนะรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ภายใต้การจำลองสภาวะที่ใกล้เคียงกับการแข่งขันจริงบนเส้นทางออฟโรดรอบอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่โดยการทดสอบครอบคลุมระยะทางมากกว่าระยะทางการแข่งขันจริงในรอบ Special Stage ที่คาดการณ์ไว้ซึ่งเน้นการทดสอบความแข็งแกร่งและความทนทานของเครื่องยนต์และตัวถัง รวมถึงการปรับจูนระบบกันสะเทือนและช่วงล่างให้มีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ในวันที่ 5 สิงหาคม ซึ่งเป็นเวลา 3 วันก่อนการแข่งขัน ทีมยังได้ดำเนินการทดสอบภาพรวมของรถ (Shakedown) เพื่อตรวจสอบส่วนประกอบของรถแต่ละคันให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ 100% พร้อมโชว์สมรรถนะในการแข่งขันปีนี้อย่างเต็มที่ มร. ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการ ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต กล่าวว่า “การพัฒนาสมรรถนะด้านการขับขี่ครั้งใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้รถแข่งไทรทันได้รับการยกระดับประสิทธิภาพอย่างมากในปีนี้ ทั้งในด้านแรงบิดและ ความทนทานที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ เรายังได้ปรับแต่งแชสซีส์เพื่อเพิ่มสมรรถนะของรถทั้งในด้านการควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เมื่อต้องเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง และเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนบนพื้นโคลน โดยการแข่งขันปีนี้จะจัดขึ้นที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยซึ่งเต็มไปด้วยพื้นที่เกษตรกรรมและถนนลูกรังทางเรียบ คาดว่าจะเป็นการแข่งขันที่ใช้ความเร็วสูง ซึ่งผมมั่นใจว่าช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งนี้จะแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ หนึ่งในรถแข่งของเราที่ใช้เป็นรถสนับสนุน ยังได้รับการติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ (AT) แบบใหม่ เพื่อทดสอบความทนทานและความแม่นยำของรถ ภายใต้สภาวะที่ท้าทายของการแข่งขัน เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกสำหรับการพัฒนายานยนต์ใหม่ๆ ในอนาคต ซึ่งเรามั่นใจว่าทุกคนจะได้เห็นถึงความแข็งแกร่งและจิตวิญญาณอันห้าวหาญในแบบฉบับ Mitsubishi Motors-ness เพื่อการคว้าชัยชนะอีกครั้งในรอบ 3 ปีของเรา” การแข่งขัน “เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2025” การแข่งขัน “เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2025” นับเป็นการครบรอบการแข่งขันครั้งที่ 30 ซึ่งในปีนี้มีผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมจำนวนรถที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 93 คัน แบ่งเป็นประเภทรถยนต์ (Auto) 47 คัน ประเภทรถมอเตอร์ไซค์ (Moto) 44 คัน และประเภทรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง (Sidecar) 2 คัน โดยพิธีปล่อยตัวตีธงเปิดการแข่งขันกำหนดจัดขึ้น ณ เมืองพัทยา แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลชื่อดังของไทยจะเริ่มการแข่งขัน Leg 1 จากพัทยาสู่จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ราว 130 กิโลเมตร โดย Leg 2 จะมุ่งหน้าจากปราจีนบุรีไปยังเขาใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของไทย และ Leg 3 จะจัดขึ้นภายในพื้นที่ของเขาใหญ่ทั้งหมด หลังจากนั้นใน Leg 4 จะย้อนกลับมายังปราจีนบุรี ซึ่งจะเป็นฐานการแข่งขันต่อเนื่องใน Leg 5 และ 6 โดยการแข่งขัน Leg 7 จะนำผู้เข้าแข่งขันกลับมาสู่จุดเริ่มต้นที่เมืองพัทยาอีกครั้ง ซึ่งเป็นวันสุดท้ายจะสิ้นสุดการแข่งขัน Leg 8 ณ ท่าเรือแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา รถสนับสนุนของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต สำหรับการแข่งขันปีนี้ รถเดลิกา ดี:5 (Delica D:5) จำนวน 4 คัน จะรับหน้าที่เป็นรถสนับสนุนให้กับทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ตอีกครั้ง โดยวิศวกรของทีมจะประจำตามจุด Passage Control บนเส้นทางการแข่งขัน เพื่อคอยตรวจเช็กและซ่อมบำรุงรถแข่งที่กลับมาจากช่วง Special Stage ดังนั้น รถสนับสนุนที่รับส่งทีมงานและผู้อำนวยการทีมจะต้องสามารถเข้าถึงทุกจุดหมายได้อย่างไร้ปัญหา ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับสภาพถนนแบบใดก็ตาม รถเดลิกา ดี:5 เป็นรถมินิแวนสมรรถนะรอบด้าน โครงสร้างตัวถังแข็งแกร่งแบบ Rib-bone Frame ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทางและสภาพอากาศ โดยรถเดลิกา ดี:5 ถูกใช้เป็นรถสนับสนุนของทีมในการแข่งขัน AXCR มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 และในครั้งนี้ มร.ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการทีม ยังคงใช้ในการตรวจสอบเส้นทางการแข่งขันอีกด้วย ตัวรถยังได้รับการติดตั้งแผงอลูมิเนียมกันกระแทกป้องกันเครื่องยนต์และยกสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 20 มม. พร้อมติดตั้งระบบกันสะเทือนใหม่ทั้งหน้าและหลัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่บนเส้นทางสุดทรหดโดยเฉพาะ นอกจากนี้ รถสนับสนุนทั้ง 4 คันจะถูกตกแต่งด้วยลวดลายเดียวกับรถแข่งไทรทัน แรลลี่คาร์ โดยเน้นโทนสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของทีม เสริมด้วยกราฟิกรูปพายุทรายสไตล์ดิจิทัล สื่อถึงฝุ่นทรายที่พัดพาแรงบันดาลใจแห่งสนามแข่ง ครอบคลุมตั้งแต่บริเวณด้านหน้าจรดกลางตัวรถ พร้อมประทับโลโก้ “Ralliart” ทั้งสองด้าน สะท้อนถึงจิตวิญญาณที่พุ่งทะยานสู่เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของทีม